ผู้เขียน หัวข้อ: YAGI สายอากาศที่ทำอะไรได้มากกว่านั้น  (อ่าน 13626 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ maipai

  • E27GEA
  • Administrator
  • Sr. Member
  • *****
  • กระทู้: 326
    • ดูรายละเอียด
YAGI สายอากาศที่ทำอะไรได้มากกว่านั้น
« เมื่อ: มิถุนายน 21, 2010, 01:47:05 PM »

สายอากาศ ยากิ ตั้งตามชื่อ Dr.YAGI UDA ชาวญี่ปุ่น เป็นผู้ค้นคว้าและวิจัย ความสัมพันธ์การเรียงตัวของโลหะที่มีผลต่อัตราขยาย
เขาค้นพบว่าเมื่อว่า เส้นโลหะที่สั้นกว่าสายอากาศไดโพล ทิศทางของสัญญาณจะเน้นไปด้านเส้นโลหะที่สั้นกว่านั้น เช่นกันเมื่อนำเส้นโลหะที่ยาวกว่าสายอากาศไดโพล จะได้ผลว่าสัญญาณจะสะท้อนออกไปด้านตรงข้าม
และเมื่อนำเส้นโลหะมาจัดวางเรียงตัวอย่างลงตัว นั้นทำให้สามารถบังคับทิศทางไปด้านหน้าได้ดีกว่าสายอากาศประเภทรอบตัว


เราเคยเห็นสายอากาศทีวีไหม ที่ติดตั้งตามหลังคาบ้าน ถ้าใน กทม จะมีหลายแผง และหันไปคนละทิศ ซึ่งหมายความว่า มีหลายช่องความถี่โดยแต่ละความถี่ใช้งาน1สายอากาศไปเลย และต่างก็หันไปยังทิศทางที่สถานีส่งออกมา(สถานีส่งแต่ละช่องอยู่กันคนละที่)

หลายปีถัดมานักวิทยุหลายต่อหลายคนได้ทดลองและสร้างสายอากาสที่ใช้หลักการ ยากิ ออกมามาก เช่น Loop Yagi / MoXon / Quad Yagi และอื่นๆ ที่บังคับทิศทางไปด้านหน้านั้นใช้หลักการนี้ทั้งสิ้น

           การแมทช์สายอากาศประเภทยากินี้ที่นิยมกันทั่วโลก ก็มี4แบบ
1.ไดโพล สร้างง่าย ต้องแบ่งแบ่งอิลิเม้นท์ออก2ด้าน แมทช์ยาก ต้องตัดหรือต่อให้มีความยาวที่เหมาะสม หรือใช้แฮร์พิน ออกเต็มคลื่น
2.โฟนเดด ไดโพล สร้างยากขึ้น เพราะต้องสร้างเป็นห่วง ต้องแบ่ง สายอากาศออก2ด้าน แมทช์ยาก รวมทั้งต้องสร้างอิมพีแดนซ์ทรานฟอร์มด้วย เพราะค่าอิพีแดนซ์ที่สูงขึ้น ออกเต็มคลื่น แต่ต้องหันด้านห่วงให้ถูกต้อง จึงจะได้เกนที่มากที่สุด
3.แกรมม่า-แมทช์ สร้างง่าย ไม่ต้องแบ่งอิลิเม้นท์ แมทช์ง่าย ปรับแต่งง่าย แต่ต้องใช้อุปกรณ์และรายละเอียดมาก  ออกเกือบๆเต็มคลื่น คล้ายๆ เจโพล ย้ำนะครับคล้ายๆ
4.ที-แมทช์ สร้างยากที่สุด เนื่องจากรายละเอียดมากที่สุด ไม่ต้องแบ่งอิลิเม้นท์ แมทช์ง่าย ปรับแต่งง่าย แต่ต้องปรับทั้ง 2 ด้าน และต้องใช้อุปกรณ์และรายละเอียดมากขึ้น รวมทั้งต้องสร้างอิมพีแดนซ์ทรานฟอร์มด้วย   ออกเต็มคลื่น

          การสร้างสายอากาสยากิสักต้นในสมัยก่อนถือว่าเป็นเรื่องยากเพราะต้องใช้การคำนวณที่ซับซ้อน ดิฟและอินทีเกทหลายชั้น
แต่สมัยนี้มีการเขียนโปรแกรมออกแบบมากมายก็ถือว่าสะดวกดี แต่ก็ต้องใช้ความรู้และทักษะในการสร้างขึ้นมาเพื่อใช้งานจริงได้ด้วย ไม่เช่นนั้นโปรแกรมดีๆจะไม่มีประโยชน์อะไรเลย

งานที่ถูกนำมาใช้บ่อยๆก็ได้แก่1.Fox Hunting แบบหาคลื่นที่ส่งออกมา เล่นเป็นเกม และอาจจะมีถ้วยรางวัล
2.Fox Hunting แบบของจริงหรือคลื่นที่ส่งออกมาจากสัตว์ที่ต้องการทราบที่อยู่
3.สร้างสถิติ มีใครบ้างไม่อยากเป็นที่1 ผู้ที่ส่งคลื่นได้ไกลที่สุด
4.อำพรางตำแหน่ง เพราะยากิสามารถเปลี่ยนทิศทางได้เปลี่ยนรูปคลื่นได้
5.หลบเลี่ยงสัญญาณรบกวนจากทิศที่ไม่ต้องการได้
6.หาระยะทางและตำแหน่งของอีกฝ่าย โดยอ้างอิงจากแผนที่
7.ความสะดวกกับเกนขยายที่ได้ เมื่อต้องใช้งานในที่จำกัด
8.การส่งสัญญาณสะท้อนดวงจันทร์ EME
9.การส่งสัญญาณสู่นักบินอวกาศ
10.การส่งสัญญาณออกนอกโลกเพื่อความหวังว่าจะมี UFO เช่นโครงการ SETI
และนำไปใช้งานต่างๆอีกมากมาย

โดยปกติการหาสายอากาศยากิซักต้นหนึ่งมาใช้งานต้องดูอะไรบ้าง1.แพทเทริน ต้องได้ตามต้องการยิ่งจำนวนอิลิเม้นมากก็จะบีบด้านหน้ามาก แต่ต้องสอดคล้องกับBack loop ด้วย
2.ยิ่งบูมยาวยิ่งดีแต่ก็มีขอบเขตอยู่นะครับ เช่น7E ยาว 2เมตร อาจจะสู้ 5E ยาว 2.5 เมตรไม่ได้ นี่คือเรื่องจริงจึงเป็นที่มาของคำว่า YAGI Long Boom
3.บูมกลมและเหลี่ยมไม่ต่างกันทางไฟฟ้า แต่การผลิตบูมกลมต้องได้แนวจริงๆ ไม่เช่นนั้นเป็นเกรียวเบี้ยวแน่ๆ
3.การยึดระหว่างอิลิเม้นกับบูม ต้องหนาแน่นไม่แกว่ง ไม่เอียงได้ เพราะมีผลต่อแพทเทริน และอิมพีแดนท์ โดยรวมได้
4.การแมทช์ขึ้นกับผู้ใช้งานชอบแบบไหนตามข้อความด้านบน
5.ลักษณะรูปร่างบูมต้องแข็งแรง ทนทาน ไม่งอเมื่อถูกแขวน
6.จุดกันน้ำ สำคัญมากเพราะเมื่อน้ำเข้าไปขัง จะทำให้มีผลกระทบโดยรวมทั้งหมด
7.ความเป็นสนิมของอุปกรณ์
8.การแก้ไขเมื่อต้องการดูแลรักษาต้องง่าย
ที่เหลือเป็นรายละเอียดเล็กๆ ที่ผู้ใช้งานต้องดูเอาเอง

การเลือกพื้นที่ติดตั้งนั้นสำคัญไม่น้อยกว่ากัน ควรเลือกที่โล่ง และไม่มีโลหะใดๆอยู่ใกล้ๆในระนาบยากิ

อย่าลืมว่าเมื่อเราต้องการส่งสัญญาณไปแนวตรง แต่โลกเรานั้นโค้งจึงมีข้อจำกัดสำหรับคลื่นในแนวตรง
แต่สำหรับคลื่นย่านความถี่ต่ำ HF นั้นสามารถใช้การสะท้อนจากบรรยากาศและการสะท้อนจากผิวโลกช่วยได้

แนวการรับสัญญาณในระยะไกล แม้ว่าส่วนใหญแล้วใน VHF และ UHF เราจะใช้แนวตั้ง Vertical ก็จริงเพื่อรับสัญญาณได้เต็มที่ แต่อย่าลืมว่าเราอยู่บนพื้นโลกที่โค้ง ดังนั้นการวางตัวของแนว Vertical ในแต่ละที่จึงไม่ขนานกันจริง มีวิธีแก้ไขสัญญาณเช่น ใช้ Yagi แบบ Cross หรือแบบ Loop หรือแบบ Helix เพื่อเป็นการชดเชยโดยให้คลื่นออกไปทั้งแนว9 ตั้ง Vertical และแนวนอน Horizotal
จึงดูเสมือนว่าส่งสัญญาณไปได้ไกลกว่า ยากิแบบธรรมดา แต่จริงแล้วไปเท่ากัน


เกิดคำถามขึ้นมาว่า ถ้าต้องการ YAGI แบนด์วิทกว้างๆจะทำอย่างไร เพื่อใช้งานได้หลายความถี่
ตอบ มีสายอากาศประเภท log periodic สามารถสร้างครอบคุมช่วงแบนด์วิทกว้างๆได้ เช่น 50-2000 MHz ภายในสายอากาศต้นเดียวกันเลยทีเดียว แต่ข้อเสียก็คือ
1.เกนน้อยมากประมาณ 8-10 dBi
2.รูปแบบการกระจายคลื่นไม่เป็นระเบียบ บางความถี่ก็ยิงออกไปตรงข้างหน้า บางความถี่ก็เบี้ยว ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบ
3.ทำยาก รายละเอียดเยอะ
นี่เป็นคำตอบของสายอากาศที่ครอบคุมหลายความถี่  ได้อย่างก็ต้องเสียอย่างครับเป็นธรรมดา โลกใบนี้ไม่มีอะไรดีหรือเหมาะสมไปทั้งหมดหรอกครับ แต่เราก็สามารถกำหนดมันได้ใช่ไหมครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 18, 2010, 05:09:44 PM โดย maipai »

ออฟไลน์ balance

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 23
    • ดูรายละเอียด
Re: YAGI สายอากาศที่ทำอะไรได้มากกว่านั้น
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: สิงหาคม 20, 2010, 06:49:18 AM »
ขอบคุณครับสำหรับความรู้ครับพี่ พี่ลืมไปอย่างครับ ที่บ้านผมประโยชน์ของยากิ คนที่บ้านเห็นกองเกะกะ เอามาพาดกำแพงทำเป็นราวตากผ้า แม่คุณบอก....เออไปซื้อที่ไหนมา  ช่องแขวนผ้าเยอะดี ??? อิอิ

ไมค์มาแรงดอทคอม ชุมชนคน ว.6 สำหรับนักวิทยุสื่อสาร

Re: YAGI สายอากาศที่ทำอะไรได้มากกว่านั้น
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: สิงหาคม 20, 2010, 06:49:18 AM »






 


รับทำเว็บ สมุทรปราการ